4 เคล็ดลับการทำโซเชียลคอมเมิร์ซ เพิ่มโอกาสโตให้ธุรกิจ

4 เคล็ดลับการทำโซเชียลคอมเมิร์ซ เพิ่มโอกาสโตให้ธุรกิจ

วิวัฒนาการของโซเชียลมีเดียนั้นจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทศวรรษหน้า และการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กจะกลายเป็นกลยุทธ์และช่องทางการขายที่สำคัญของทุกธุรกิจ

ในฐานะของการเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดแบบ inbound marketing จุดแกร่งของโซเชียลคอมเมิร์ซคือ การดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงแบรนด์ผ่านการสร้างความเชื่อมโยงติดต่อและคอนเนคกัน ระหว่างลูกค้าและเรื่องราวของแบรนด์ ธุรกิจจะต้องเตรียมพร้อมในทั้งสี่ด้านเพื่อการเป็นผู้นำในศึกการแข่งขันโซเชียลคอมเมิร์ซในปี 2020 นี้! 

Social Commerce

กิจกรรมการตลาดเจาะใจผู้บริโภค หรือ Personalize marketing 

อย่าลืมว่าปลายน้ำของกระบวนการสื่อสารคือ มนุษย์ ฉะนั้นแล้ว การใช้โซเชียลมีเดียและการสื่อสารไปยังลูกค้าก็เหมือนการสื่อสารระหว่างมนุษย์ที่ดำเนินมายาวนานหลายร้อย นั่นก็คือ ความจริงใจ เคารพและรับฟังซึ่งกันและกัน 4 แนวทางที่จะช่วยให้แบรนด์ธุรกิจในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้แก่:

  • ตอบคอมเมนต์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก;
  • จริงใจกับลูกค้าในการให้ข้อมูล;
  • ใส่อารมณ์ขันและสนุกสนานในเนื้อหาคอนเทนต์และใช้อีโมจิ;
  • เชิญชวนให้ลูกค้าคอมเมนต์ พูดคุยแลกเปลี่ยน แชร์ หรือรีวิวสินค้าและบริการ;
  • แชร์คอนเทนต์ที่ดีจากแหล่งอื่น แต่ต้องให้แน่ใจว่าแหล่งของข้อมูลนั้นถูกต้องและสอดคล้องกับตำแหน่งภาพลักษณ์ของแบรนด์ ไม่เสีย brand positioning

ใช้ช่องทางและแพลตฟอร์มที่หลากหลาย

ความเลิศของยุคอินเทอร์เน็ตคือของ “ฟรี” ผู้เชี่ยวชาญของ Hubspot แนะนำว่า แบรนด์ควรสร้างแอคเคาท์ในหลายๆโซเชียลเน็ตเวิร์กเท่าที่จะสร้างได้!

คนทั่วไปมักใช้เฟซบุ๊ก ไอจีและยูทูป ส่วนผู้ใช้งานอายุน้อยกว่า 24 ลงไปมักจะมีบัญชีผู้ใช้งานติ๊กต๊อก (Tiktok) ชาวต่างชาติโดยเฉาพะชาติตะวันตกจะเช็คทวิตเตอร์ทุกเช้า ดังนั้น การเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย อย่างน้อยแบรนด์ควรสร้างบัญชีผู้ใช้งานใน 5 แพลตฟอร์มหลักข้างต้นและออกแบบกลยุทธ์ของเนื้อหาให้เหมาะกับพฤติกรรมและรสนิยมของผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม

ลองใช้คอนเทนต์หลายๆแบบ 

Hubspot แนะนำว่า แบรนด์ธุรกิจที่ลงคอนเทนต์แบบวีดีโอในโซเชียลมีเดียสร้างรายได้มากกว่าโพสต์ธรรมดาที่ไม่มีวีดีโอถึง 49% Hubspot ยังบอกอีกว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะรู้สึกเชื่อมมั่นและมั่นใจในตัวสินค้าและบริการหากได้ข้อมูลของสินค้าในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่แค่ข้อความและรูปภาพ

  • ข้อความตัวอักษร;
  • กราฟฟิก (ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ อินโฟกราฟฟิก อนิเมชั่น);
  • วีดีโอ;
  • สตอรี่;
  • มินิเกมส์ โหวต โพลหรือคำถามวิจัยสำรวจ

ใช้แพลตฟอร์มส่งเสริมการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือ Social Selling Platform (SSP)

หากเป้าหมายของแบรนด์คือการสร้างรายได้ แบรนด์ควรใช้คอนเทนต์โปรโมทสินค้าและร่วมงานกับนักขายบนโซเชียล (Social Seller) กล่าวคือ ใช้อินฟลูเอนเซอร์เป็นช่องทางการขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก แพลตฟอร์ม Social Selling Platform (SSP) ของอีโค่โมบิออกแบบเพื่อช่วยธุรกิจในการทำแคมเปญการขายทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ผ่านคอมมูนิตี้ของนักขายบนโซเชียลที่มีตัวชี้วัดแสดงผลการดำเนินงานที่น่าเชื่อถือ บริษัทสามารถดูประวัติการสร้างยอดขายของ Social Seller แต่ละคน ความเชี่ยวชาญในสินค้า ตลาดและอุตสาหกรรม ศักยภาพและยอด conversion rate ของแต่ละคนที่ถูกบันทึกไว้ในระบบของแพลตฟอร์ม SSP

แพลตฟอร์ม SSP เป็นแพลตฟอร์ม 3-in-1 รวม 3 หัวใจหลักในการทำโซเชียลคอมเมิร์ซ นั่นก็คือ นักขายบนโซเชียล (Social Seller) – แชทบอทเอไอ (AI chatbot) – ระบบจัดการออร์เดอร์และยอดขายรวมถึงข้อมูลของลูกค้าแต่ละคน (management system)  โดยผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กจะผ่านตัวกรอง funnel ของ SSP เพื่อแยกลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ: ลูกค้า, คนที่อาจจะเป็นลูกค้า, ลูกค้าที่มีความต้องการอยากซื้อสินค้า จากนั้น แพลตฟอร์ม SSP ก็จะให้คำแนะนำแก่ธุรกิจในการทำแคมเปญการตลาด หรือแคมเปญ remarketing ให้สำเร็จ

 

YouTube video

อ้างอิง Hubspot: Lesson 3 Social Media Certification Transcript.pdf 

Sign in

share this article:

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *