ทำ Social Commerce ในโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มอย่างไรให้เวิร์ค เหมาะกับแบรนด์และเพิ่มยอดขายได้จริง

ทำ Social Commerce ในโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มอย่างไรให้เวิร์ค เหมาะกับแบรนด์และเพิ่มยอดขายได้จริง

คนไทยนิยมการช็อปผ่านโซเชียลมีเดียไม่แพ้การช็อปในมาร์เก็ตเพลส Social Commerce จึงเป็นช่องทางที่สำคัญและได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  มาอัพเดทกันว่าแต่ละแพลตฟอร์มออกฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก Sellers ในการทำ Social Commerce อย่าไง รวมไปถึง core value ฐานผู้ใช้งานและพฤติกรรมของผู้ใช้

Tiktok 

แพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงในไทยและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ Tiktok วางตัวเป็น Short video platform แพลตฟอร์มคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวเพียง 15 วินาที ตอบรับพฤติกรรมผู้ใช้งานในโลกออนไลน์ที่มักจดจ่อได้น้อยและมีสมาธิที่สั้นกว่า พร้อมผลักดันให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มลุกมาเป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนท์หรืออินฟลูเอนเซอร์เองด้วยการเป็น Content discovery platform จึงถือเป็นแพลตฟอร์มที่อินฟลูเอนเซอร์ควรเข้าไปอยู่และเฝ้าติดตามเทรนด์

Line 

ทาง Line OA เองก็มีฟีเจอร์เสริมที่ชื่อว่า Line MyShop เพื่อการทำ Social Commerce เช่นกัน

  1. มีระบบตระกร้าที่ให้ผู้ขายใส่รายการสินค้าได้มากถึง 5,000 รายการ
  2. ระบบสต็อกสินค้า ที่รองรับการขายแบบพรีออร์เดอร์
  3. ระบบ Payment ชำระเงินที่รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต E-wallet โอน หรือแม้แต่ COD (การเก็บเงินปลายทาง)
  4. มีระบบช่วยดูแลการจัดส่ง Shipping ให้ลูกค้า 

นอกจากนี้ยังมี Line Idol ที่จะเข้ามาเติมเต็มแคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้าอีกด้วย 

นักการตลาดต้องปลื้ม LINE ออกแพคและฟีเจอร์เอื้อประโยชน์เพียบ

Twitter 

Twitter วางตัวเป็น Interest Network เน้นเป็นช่องทางสื่อสารเร็วที่สุด เน้นความจริงและเร็ว ผู้ใช้งานจะพูดถึงสิ่งที่เป็นกระแสในขณะนี้ ด้วยการใช้ Hashtag ผู้ใช้ 68% เป็นกลุ่ม Millennials

Instagram 

Instagram วางตัวเป็น Photo-sharing platform การลงรูปจึงเน้นความสวยงามของรูปภาพ ครองใจสาวๆ ด้วยฐานผู้ใช้งานผู้หญิงถึง 68% และอยู่ในกรุงเทพเป็นส่วนใหญ่ Instagram นอกจากจะมี IG Shopping และ Instagram Shop บนแพลตฟอร์มหลักแล้ว ฟีเจอร์ดังกล่าวยังเชื่อมเข้ากับ Facebook Shop ที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ฟีเจอร์ IG Stories ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน อีกทั้งยังสามารถเป็นเครื่องมือการตลาดที่กระตุ้นการขายแบบด่วนได้ดี เหมาะกับกลยุทธ์โปรจำกัดเวลา ที่ลูกค้าจะต้องตัดสินใจซื้อทันที

Facebook 

ทิศทางของ Facebook คือการเป็น Group and community
ล่าสุด Facebook ได้ออกฟังก์ชั่นใหม่อย่าง Facebook Shop เพื่อช่วย Sellers ในการขายมากยิ่งขึ้น 

  1. สร้างร้านค้าออนไลน์เพียงร้านเดียว แต่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้จากทั้ง Facebook และ Instagram ลูกค้าจะหาร้านเจอได้ทั้งผ่านทางเพจของแบรนด์เอง, ไอจีของแบรนด์, ผ่านไอจีสตอรี่ หรือแม้แต่การยิง ads นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถซื้อสินค้าได้จากร้านค้าโดยตรงโดยไม่ต้องออกจาก Facebook Shop เพื่อเข้าเว็บไซต์ของร้านค้าอีกทอดหนึ่ง
  2. เมื่อลูกค้ามีคำถาม ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือแม้แต่ต้องการทราบสถานะการจัดส่ง ก็สามารถแชทกับผู้ขายผ่าน WhatsApp, Messenger, Instagram ในอนาคตลูกค้าจะสามารถทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านแชทได้เลยอีกด้วย

  1. มีฟีเจอร์ Live Shopping ทั้ง Sellers Brands และ Creators สามารถ tag สินค้าจากร้าน ขณะ Live จะมีปุ่มกดในตัววีดิโอกดดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้เลย

Youtube

Youtube มองตัวเองว่าเป็น content library พฤติกรรมการเสพสื่อวิดีโอในยูทูปต่างจากใน Facebook โดยสิ้นเชิง ใน Facebook ผู้คนมักนิยมดูวีดิโอสั้นๆ แต่ค่าเฉลี่ยการดูคลิปวีดิโอใน Youtube นั้นสูงถึง 40 นาที เลยทีเดีย 90% ของฐานผู้ใช้งานเป็นคนวัย 22-38 ปี และตั้งใจเข้ามาเพื่อค้นหารีวิวสินค้าดู นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การรีวิวสินค้าของอินฟลูเอนเซอร์หรือเหล่ายูทูปเบอร์ในแพลตฟอร์ม Youtube ก่อเกิดยอดขายและ conversion rate ได้ดีกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Facebook หรือ Instagram

Working With Partners: Social Selling via Social Sellers

การขายออนไลน์ผ่านโซเชีลยมีเดีย (Social Commerce) มักมาคู่กับแคมเปญรีวิวสินค้าของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และจากที่ทราบกันดีว่าผู้ใช้งานยูทูปตั้งใจเข้าแพลตฟอร์มเพื่อดูการรีวิวสินค้า ดังนั้น หากแบรนด์เองมีแผนที่จะใช้การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ในการเพิ่ม Brand Awareness และเพิ่มยอดขายแล้วละก็ การทำรีวิวเป็นคลิปวีดิโอจะสามารถช่วยดึงดูดผู้ซื้อได้ อีกทั้งหากคอนเทนท์และความยาวเหมาะสมสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์มแล้ว ความสำเร็จของแคมเปญก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

แต่การทำแคมเปญเหล่านั้น แบรนด์ควรเก็บข้อมูลและทำ Database ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลของลูกค้า หรือประสิทธิภาพของแคมเปญเพื่อการวัด ROI ก็ตาม การมีแพตฟอร์ม  Marketing Automation เข้ามาช่วยให้เกิดการทำ Social Commerce ได้ครบในทุกแพลตฟอร์มรวมไว้ในที่เดียว ก็อาจช่วยลดต้นทุนในเรื่องของแรงงานและประหยัดเวลาไปได้

เคล็ดลับในการร่วมงานกับ Social Seller

  • เลือก Social Seller ที่เหมาะกับสินค้า แบรนด์และเป้าหมายของแบรนด์
  • โฟกัสที่เป้าหมาย: เป้าหมายของแบรนด์อาจจะเป็นการวางตำแหน่งใหม่ (Repositioning), การเจาะกลุ่ม Target หรือ Segment ใหม่ในตลาด, เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด หรือแม้แต่การเพิ่มยอดขาย
  • แบรนด์ต้องเชื่อมั่นใน Social Seller เพราะ Social Seller ย่อมรู้จักบรรดาแฟนคลับผู้ติดตามของพวกเขาดีที่สุด
  • การวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญ: การวัด Performance และ Conversion Rate (CVR) นั้นมีความสำคัญ ในอดีต การตลาดอินฟลูเอนเซอร์เคยเป็นเครื่องมือที่ใช้งบเยอะเกินไปในสายตาแบรนด์ แต่ในยุคนี้ Social Seller ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการวัดผล CVR นั้นเวิร์ค
  • Ecomobi อีโค่โมบิ เป็นเจ้าเดียวที่ให้บริการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์แบบครบวงจรในไทย โดยรวม 3 สิ่งเข้าไว้ด้วยกัน: Social Seller, แชทบอทเอไอ (AI Chatbot), และระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (Customer Data Management System)
    แพลตฟอร์มของอีโค่โมบิจะช่วยแบรนด์แทร็กติดตามประสิทธิภาพและความสามารถในการเพิ่ม Conversion Rate ของ Social Seller แต่ละคน
share this article:

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *