ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ต้องรู้ 5 สาเหตุที่ทำให้คุณยังไม่ได้งานรีวิวสินค้าจากแบรนด์

ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ต้องรู้ 5 สาเหตุที่ทำให้คุณยังไม่ได้งานรีวิวสินค้าจากแบรนด์

ตามรายงานของ ANA Driving Growth 92% ของนักช็อปออนไลน์เชื่อคอนเทนท์ของไมโครอินฟลูเอนเวอร์ (Micro-Influencer) มากกว่าการโฆษณาและเหล่าดาราเซเลบบริตี้ กว่า 82% มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าจากคำแนะนำของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ นอกจากนี้รายงานฉบับดังกล่าวยังชี้ว่าปี 2020 จะเป็นยุคของไมโครอินฟลูเอนเซอร์และแคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ต่าง ๆ จะเน้นการใช้งานไมโครอินฟลูเอนเซอร์ แต่ทำไมอินฟลูเอนเซอร์หลายรายหลายช่องถึงยังไม่ได้เซ็นสัญญาร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำ ?

1.ไม่สามารถวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญได้ 

นี่เป็นปัญหาหลักที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายต้องเผชิญทุกวันนี้ อินฟลูเอนเซอร์มีหลายไซส์ หลายๆแหล่งแบ่งประเภทของอินฟลูเอนเซอร์จากขนาดฐานผู้ติดตามของช่อง และการแบ่งในลักษณะนี้เองจะพบว่ามีจำนวนไมโครอินฟลูเอนเซอร์มากที่สุดในตลาด แน่นอนว่าอัตราการแข่งขันก็ย่อมสูงตามไปด้วย แถมอินฟลูเอนเซอร์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้แบรนด์เชื่อในความสามารถของตนได้

แคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในปัจจุบันมักวัดประสิทธิภาพแคมเปญจากยอด Interaction อย่างยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์ (like, share, comment …) ยอดตัวเลขดังกล่าวมักไม่สามารถสะท้อนความคุ้มค่าของแคมเปญได้อย่างแท้จริง และเป็นตัวเลขที่สามารถสร้างและเฟคขึ้นมาได้ง่าย หลังจากที่แบรนด์ต่าง ๆ ทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับการทำแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์และพบว่าไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร ด้วยข้อสรุปดังกล่าว ทำให้แบรนด์ไม่เชื่อในประสิทธิภาพของการทำการแคมเปญการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และย่อมเป็นการยากที่จะทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์รายนั้นต่อ

ถึงเวลาแล้วที่อินฟลูเอนเซอร์เองควรที่จะปรับให้เข้ากับวิธีการวัดผลที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการทำแคมเปญที่แท้จริง จากยอดสั่งซื้อและยอดขายที่เกิดขึ้นจริง (successful orders) ที่เกิดขึ้นหลังจากการทำแคมเปญ สิ่งนี้เองจะเป็นมาตรฐานในอนาคตและสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับอินฟลูเอนเซอร์และแบรนด์ เป็นโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ได้พิสูจน์ความสามารถและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับช่องชาแนลของตนมากยิ่งขึ้น

2. ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในตัวโปรดักส์ วงการและตลาดของสินค้าหมวดหมู่นั้น

ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ควรตระหนักว่าในการทำแคมเปญการตลาดแต่ละครั้งนั้น ย่อมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าถึงและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ของแบรนด์ ดังนั้นแล้ว อินฟลูเอนเซอร์จึงควรศึกษาแบรนด์ ตัวโปรดักส์สินค้เพื่อประกอบการทำคอนเทนท์ การเป็นตัวแทนของแบรนด์เพื่อเข้าถึงและพิชิตใจกลุ่มลูกค้า อินฟลูเอนเซอร์ต้องเข้าใจรายละเอียดเชิงลึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นจุดด้อยของตัวสินค้ารวมไปถึงตลาด ความต้องการและรสนิยมของลูกค้า จึงจะสามารถทำคอนเทนท์ที่จะเป็นไวรัลและมีประสิทธิภาพได้

ในกระบวนการเลือกอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเข้าร่วมแคมเปญในแต่ละครั้ง แบรนด์มักระมัดระวังในเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ ความผิดพลาดในการทำแคมเปญโดยเฉพาะข้อมูลของตัวสินค้า ข้อมูลของแบรนด์ที่ผิดไป ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และหากเกิดขึ้นก็ย่อมกลายเป็นประวัติที่ไม่ดีต่อตัวอินฟลูเอนเซอร์เองไปด้วย ฉะนั้นแล้ว การสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของแบรนด์ ปัจจัยที่อินฟลูเอนเซอร์ควรให้คามสำคัญมากที่สุด คือความคิดสร้างสรรค์และความรู้ความเชี่ยวชาญในตัวสินค้าและแบรนด์ สองสิ่งนี้จะทำให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างความแตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาได้

ยิ่งไปกว่านั้น การมีความรู้ความเชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมนั้นๆย่อมทำให้คุณโดดเด่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สมมุติคุณคือหญิงสาวที่แต่งงานแล้วอายุ 27 ปี ในทุกๆวันคุณทำคอมเทนท์เกี่ยวกับ การดูแลลูก, เครื่องสำอาง รวมไปถึงแฟชั่นต่างๆ คุณคิดว่าแบรนด์หรือสปอนเซอร์จะเลือกคุณ ที่สร้างคอมเทนท์แบบจับฉ่ายดังตัวอย่างที่ยกมา หรือจะเลือกอินฟลูเอนเซอร์อีกคนที่ถนัดและเชี่ยวชาญในการทำคอนเทนท์ด้านใดด้านหนึ่งเฉพาะทางไปเลย

กระแสหรือไวรัล Contentคือปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดในการสร้างชาแนลหรือเพิ่มผู้ติดตาม แต่อย่างไรก็ตาม Influencer ส่วนใหญ่กลับไม่มีตัวช่วยในการสร้างสิ่งเหล่านี้ที่เป็นมืออาชีพและทรงประสิทธิภาพ

3. ไม่มีเครื่องมือหรือวิธีการที่จะทำให้คอนเทนท์กลายเป็นไวรัล

แม้อินฟลูเอนเซอร์จะมีฐานแฟนคลับเป็นของตัวเอง แต่หากไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์หรือการมีปฏิสัมพันธ์ไว้ได้ ยอดตัวเลขผู้ติดตามก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลนี้เอง เหล่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์จึงจำเป็นต้องทำมีคาเรคเตอร์หรือภาพลักษณ์ที่เสมอต้นเสมอปลาย ไปในทิศทางที่ดีเป็นบวกเพื่อให้ผู้ติดตามยังคงติดตามและสนับสนุนช่องชาแนลของตน ผู้ติดตามเป็นเหมือนสินทรัพย์ที่สำคัญในเส้นทางอาชีพของอินฟลูเอนเซอร์

การรักษาฐานแฟนคลับให้คงอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ ยอดตัวเลขผู้ติดตามจำเป็นจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกัน การไปสู่จุดหมายนั้นย่อมไม่อาจเกิดได้จากการสร้างคอนเทนท์เพียงอย่างเดียว อินฟลูเอนเซอร์ต้องทำให้คอนเทนท์ของตนมีความน่าสนใจและเป็นไวรัลในคอมมูนิตี้ เพื่อดึงดูดและขยายฐานผู้ติดตาม พร้อมฟีดแบคการตอบรับที่ดี หลายๆชาแนลจึงมีทีมทำงานเป็นทีมงานมืออาชีพช่วยสร้างสรรค์คอนเทนท์และวางแผนกิจกรรมไวรัล การขาดเครื่องมือ ทักษะหรือความรู้ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญ อินฟลูเอนเซอร์ล้วนตระหนักถึงความท้าทายในการได้มาและรักษาไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของบรรดาแฟนคลับหากไม่มีทีมงานที่มีทักษะคอยช่วยในการทำงาน

4. ขาดคอนเนคชั่นกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำหรือแบรนด์ใหญ่

การมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังถือเป็นการปูทางให้กับเส้นทางอาชีพของอินฟลูเอนเซอร์ การได้ร่วมทำแคมเปญการตลาดให้กับแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงถือเป็นสิ่งที่ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ทุกคนคาดหวัง เพราะนอกจากจะช่วยให้ช่องโซเชียมีเดีย ชาแนลของอินฟลูเอนเซอร์น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์เองและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ด้วยอัตราการแข่งขันที่สูง อินฟลูเอนเซอร์ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง เป็นการยากที่จะมีโอกาสได้เข้าหาและเซ็นสัญญากับแบรนด์ โอกาสที่จะได้ร่วมงานกับแบรนด์จึงยิ่งยากขึ้นไปอีก ฉะนั้นแล้ว การตอบคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้สามารถติดต่อแบรนด์ชั้นนำที่มีสินค้าที่ตรงกับความเชี่ยวชาญและคอนเทนท์ของช่องได้ พวกเขาต้องการแพลตฟอร์มตัวกลางที่เชื่อมและขับเคลื่อนให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างกัน ยิ่งเป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ หรือมีคอนเนคชั่นกับแบรนด์ร้อย การมีแพลตฟอร์มคอยเชื่อมฝั่งแบรนด์เข้ากับฝั่งอินฟลูเอนเซอร์ยิ่งสำคัญ 

การจะได้เซ็นสัญญาร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่นั้นมีวิธีการอย่างไร ติดตามหาคำตอบจากเหตุผลข้อที่ 5 กันได้เลย

5. ยังไม่ได้เข้าร่วมคอมมูนิตี้ของ Influencer 

นี่ถือเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างมากหากคุณคิดจะเริ่มทำอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ แต่ไม่มีคอนเนคชั่นกับคอมมูนิตี้ใดๆเลย เราแนะนำให้คุณขยายเครือข่ายในวงการเพื่อเพิ่มประสบการณ์ เพื่อหารายได้และเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นๆ ขณะเดียวกันนั้น คอมมูนิตี้ของอินฟลูเอนเซอร์เองจะให้การสนับสนุน เพิ่มโอกาสดีๆในการพัฒนาศักยภาพของตัวคุณเองรวมไปถึงความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ

เข้าร่วมคอมมูนิตี้ Social Seller ของอีโค่โมบิกับแพลตฟอร์มเดียวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่สร้างโอกาสแหล่งรายได้ให้กับอินฟลูเอนเซอร์ถึง 2 ทาง ไม่ว่าจะจากการจ้างรายโพสต์ (Booking Fees) หรือค่าคอมมิชชั่นที่เกิดจากยอดขายที่เกิดขึ้นจริง นอกจากโอกาสในการสร้างรายได้ที่สูงและมั่นคงแล้ว อีโค่โมบิยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ไมโครอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสู้กับมาโครอินฟลูเอนเซอร์ อินฟลูเอนเซอร์จะมีโอกาสได้จับมือร่วมงานกับแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลก เพื่อการเข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้น

คุณสามารถเข้าร่วมคอมมูนิตี้ Social Seller ของ Ecomobi:

✔️ รายได้สูงและมั่นคง: Ecomobi SSP เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้ Social Sellers สร้างรายได้จาก booking fee และค่าคอมมิชชั่นจากยอดขาย

✔️ เพิ่มโอกาสความสามารถในการแข่งขัน: ช่วยไมโครอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับมาโครอินฟลูเอนเซอร์

✔️ ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำ: อินฟลูเอนเซอร์ได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังทั่วโลก

✔️ Tracking system: Ecomobi SSP เป็นเครื่องมือยุคใหม่ที่จะช่วยวัดผลประสิทธิภาพและความสามารถในการทำแคมเปญการตลาด

share this article:

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *